อาหารรับปีใหม่

posted on 01 Jan 2009 09:30 by douknow

อาหารการกิน เป็นเรื่องสำคัญของชาวโลก ดังนั้นผู้คนทั่วโลกจึงผูกเรื่องของอาหารเข้ากับความเชื่อในเรื่องต่าง ๆ และนี่คืออีกหนึ่งความเชื่อในวันปีใหม่ เกี่ยวกับการรับประทานอาหารในวันขึ้นปีใหม่ เพื่อให้โชคดีไปตลอดทั้งปี และถือเป็นการเริ่มต้นปีใหม่อย่างดี ซึ่งแต่ละประเทศจะกินอาหารอะไรกันบ้างนั้น ลองไปอ่านกันดูนะครับ

องุ่นแห่งความโชคดีของชาวสเปน
ประเทศสเปนทำไร่องุ่นมากที่สุดในโลก และได้ผลผลิตจำนวนมาก ชาวสเปนจึงกินองุ่น 12 ผลไปพร้อมกับเสียงนาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืนในวันสิ้นปี เพื่อต้อนรับความโชคดีตลอด 12 เดือนข้างหน้า

 

เนเธอร์แลนด์ โดนัทแห่งความบริบูรณ์
ชาวดัทช์เชื่อว่าการกินโดนัทซึ่งมีลักษณะกลมแบบวงแหวนจะทำให้โชคดี และมีชีวิตครบถ้วนบริบูรณ์เหมือนรูปร่างของอาหาร

กรีซ St.Basil's Cake แห่งความสุข
ในวันปีใหม่ ชาวกรีกจะทำเค้กสอดไส้เหรียญเงินชิ้นใหญ่ (St. Basil's Cake) กินในครอบครัวเพื่อรำลึกถึงนักบุญบาซิล ผู้มีเมตตาต่อคนยากจน ซึ่งถึงแก่กรรมในวันที่ 1 มกราคม เชื่อกันว่าสมาชิกคนใดที่พบเหรียญเงินในชิ้นเค้กจะโชคดีตลอดไป

โซบะญี่ปุ่น อายุยืนหมื่นปี
คนญี่ปุ่นนิยมกินบะหมี่ไม่ตัดเส้นที่ชื่อ "ไทชิโคชิ โซบะ" ต้อนรับปีใหม่ เพราะเชื่อว่าจะทำให้อายุยืนยาวเหมือนเส้นบะหมี่

จีน กินปลากินไก่ ให้ความมั่งคั่ง
ชาวจีนนิยมกินปลาในเทศกาลปีใหม่ เพราะเสียงของคำนี้ในภาษาจีนพ้องกับคำว่า "เหลือเฟือ" จึงเชื่อว่าจะทำให้มีเหลือกินเหลือใช้ตลอดทั้งปี

และการกินไก่ทั้งตัวโดยไม่ตัดส่วนใดออก ก็จะทำให้ชีวิตครบถ้วนสมบูรณ์และมั่งคั่งอีกด้วย

อิตาลี ความมั่งมีในถั่วเลนทิล
ชาวอิตาลีกินถั่วเลนทิล (Lentils Bean) ในวันแรกของปี เพราะถั่วเลนทิลมีรูปร่างคล้ายเหรียญเงิน จึงเป็นสิ่งนำความมั่งคั่งร่ำรวยมาให้

อเมริกา ถั่วตาดำกับความร่ำรวย
ถั่วตาดำ (Black-Eyed Pea) เป็นอาหารนำโชคของชาวอเมริกัน เพราะเมื่อปรุงเสร็จแล้วจะมีสีและลักษณะเหมือนเหรียญเงิน แสดงถึงความร่ำรวย

 

เครดิต : กระดาษรองจานของร้าน MK Restaurant (มีสาระความรู้มาให้เสมอ แต่ก็ต้องถูกขยำทิ้งอยู่บ่อย ๆ ขออนุญาตเก็บเอามาลงอินเตอร์เน็ตไว้เป็นความรู้ให้คนอื่น ๆ ต่อก็แล้วกันนะครับ)

หลาย ๆ คนคงจะรู้จัก Asimo หุ่นยนต์รูปร่างเหมือนมนุษย์ของ Honda กันใช่ไหมครับ หลาย ๆ คนอาจจะรู้แล้วว่ามันเดินได้ บางคนอาจจะรู้อีกว่า มันวิ่งได้ แต่วันนี้ผมจะนำวีดีโอเด็ด ๆ ของ Asimo ที่แสดงให้เห็นว่าหุ่นยนต์ตัวนี้มันทำอะไรได้มากกว่าที่เราคิดครับ ใครรู้แล้วก็อุบไว้ก่อนนะครับ เผื่อคนที่เค้ายังไม่รู้จะได้ตื่นเต้น

Asimo เคยคอนดักต์ วงซิมโฟนี ออเครสตร้ามาแล้วนะครับ โดยได้คอนดักต์วง The Detroit Symphony Orchestra ไปชมคลิปวีดีโอนี้ แล้วจะทึ่งกับความสามารถของเจ้าหุ่นยนต์ตัวนี้

คลิปนี้โชว์ความสามารถหลายอย่้างเลย ทั้งเดิน วิ่ง เดินทางข้าง เดินถอยหลัง เดินขึ้น-ลงบันได ยืนขาเดียว และเต้นครับ

วิ่งหลบสิ่งกีดขวาง , วิ่งเป็นวงกลม แถมหยุดตรงขอบของพื้นได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ , เข็นรถขนของก็ได้ , ทำท่ากายบริหาร , serve กาแฟก็ได้ครับ เท่านั้นยังไม่พอ ยังเดินจับมือออกเดทกับสาวอีกนะครับ เสน่ห์เรงเกินไปแล้ว

เต้นเพลง จังหวะหัวใจ ของ บี้ ครับ คุณพิธีกรชมเปราะเลย อิจฉาหุ่น

ไหว้ได้ด้วย มารยาทงามมาก

เตะบอลก็ยังไหวนะครับ

เดินหลบสิ่งกีดขวางที่เต็มห้องไปหมด

ส่วนสุดท้ายนี้เป็น Commercial Ads ของ Asimo น่ารักมาก ๆ ครับ เหมือนเด็ก ๆ เลย

อนาคต Asimo คงทำอะไรได้เยอะกว่านี้ แล้วถ้ามีความสามารถแปลก ๆ ใหม่ ๆ ล่ะก้อ ผมจะนำมาเสนอในโอกาสหน้านะครับ

credit : Honda , Youtube and all who uploaded all video above

ถนนวิทยุ

posted on 13 May 2008 17:33 by douknow

เมื่อพูดถึงถนนวิทยุ คนกรุงฯ ทั้งหลาย ก็คงจะรู้จักกันดี เพราะเป็นถนนที่อยู่ในเมืองชั้นใน ตัดกับถนนสายหลัก อย่าง ถนนสุขุมวิท และยัง หรือเคยเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญ ๆ มากมาย เช่น วังคันธาวาส , สวนลุมพินี , โรงเรียนเตรียมทหาร , ตลากหลักทรัพย์ , และสถานฑูตสหรัฐอเมริกา

แต่ถ้าบอกว่า Wireless Road หลายคนอาจจะนึกอยู่นาน กว่าจะนึกขึ้นได้ ว่านี่คือชื่อภาษาอังกฤษของ ถนนวิทยุ นั่นเอง แต่เอ๊ะ!!! ทำไมไม่ชื่อ Radio Road ล่ะ เพราะว่า เราคนไทยคุ้นเคยกับคำว่า Radio ที่แปลว่า วิทยุ มากกว่า จริงมั๊ยครับ

ซึ่งที่มาที่ไปนั้น ชื่อถนนวิทยุ ได้มาเพราะว่า ถนนเส้นนี้ตัดผ่าน สถานีวิทยุแห่งแรก ของประเทศไทย ที่มีชื่อเรียกว่า สถานีวิทยุกรุงเทพฯ ณ ศาลาแดง ซึ่งปัจจุบันนี้ เป็นที่ตั้งของ สวนลุมไนท์บาร์ซาร์ ตรงส่วนของ โรงละคร โจหลุยส์ นั่นแหละครับ ซึ่งสมัยที่ยังมี โรงเรียนเตรียมทหาร นั้น ตัวเสาส่งวิทยุ และตัวอาคารสถานีก็ยังคงมีอยู่ แต่มารื้อถอนออกก็เมื่อตอนสร้าง สวนลุมไนท์บาร์ซาร์ นี่แหละครับ


สถานีวิทยุกรุงเทพฯ ณ.ศาลาแดง

รายละเอียดที่มาที่ไปลองไปอ่านได้ที่ wikipedia เลยครับ มีข้อมูลพอสมควร

ทีนี้สำหรับชื่อในภาษาอังกฤษนั้น ถ้าวิเคราะห์เอาตามหลักภาษาศาสตร์แล้ว คำว่า Wireless นั้น แปลความว่า คลื่นวิทยุ ได้เหมือนกัน จึงได้ตั้งชื่อ ถนนวิทยุ นี้ว่า Wireless Road

แต่ถ้าไปถามคนเมืองกรุง ที่เป็นคนเก่าคนแก่อายุอานาม 50 ขึ้นไป ก็จะได้พบคำตอบที่เรานึกไม่ถึงเลย ว่าจริง ๆ แล้ว คำว่า Wireless ที่ว่า มันแปลว่า ไม่มีสาย ต่างหาก นั่นก็เพราะว่า เมื่อก่อนนี้ ถนนเส้นนี้ เป็นถนนสายหลักเพียงเส้นเดียว ที่ไม่มีเสาไฟฟ้า และสายไฟฟ้า สายโทรศัพท์นั่นเอง (แต่เดี๋ยวนี้ไม่แน่ใจนัก และไม่แน่้ใจว่า สายไฟเป็นระบบฝังใต้ดินหรือไม่ ขอไปสำรวจแล้วจะมาแก้ไขบทความใหม่ครับ) ซึ่งท่านก็ว่า เพราะทาง สถานฑูตอเมริกา ต้องการทำให้ถนนสายนี้มีลักษณะเป็นเหมือน boulevard เหมือนในประเทศตน จะได้มีทัศนียภาพสวยงาม โดยจะสังเกตได้ว่า ถนนนี้จะร่มรื่นย์ไปด้วยต้นไม้ใหญ่ อย่าง หางนกยูงฝรั่ง , ตะแบก , อินทนิลน้ำ , มะขาม ,อินทรชิต ฯลฯ และเป็นไม้ยืนต้นที่มีอายุเกือบ หรือกว่า 100 ปีทั้งนั้น

และที่สำคัญ สังเกตไหมครับ ว่าต้นไม้ใหญ่ที่ถนนวิทยุ นี้ มันอยู่อย่างไรก็อยู่อย่างนั้น แม้ว่าบางต้นจะผุพัง เนื้อในกลวงโบ๋ก็เอาซีเมนส์ไปยาไว้ ถ้าเป็นในถนนเส้นอื่น รับรองได้ว่า กทม. ถอนและปลูกใหม่ไปนานแล้วครับ ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า ต้นไม้ใหญ่บนถนนเส้นนี้นั้น เป็นทรัพย์สมบัติของ สถานฑูตอเมริกา ครับ เราก็เลยไม่ได้ไปถอนออก ดังนั้นด้วยเหตุผลข้อนี้ จึงทำให้พอจะเชื่อถือได้ว่า ที่แท้แล้ว Wireless นั้นน่าจะมาจากคำว่า ไม่มีสาย จริง ๆ

note เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย เรื่อง wireless และประวัิติศาสตร์ไทยเกี่ยวกับกิจการวิทยุ อ่านได้ ที่นี่ ครับ